“ ICO คือการเปิดขายเหรียญในระยะเริ่มต้น โดยเปิดขายเหรียญก่อนที่เงินสกุลนั้นๆจะเปิดตัว เพื่อเป็นการระดมทุน และนำเงินทุน มาพัฒนาเงินสกุลนั้นๆต่อไป”

ถึงแม้ว่า ICO จะดูคล้ายกับ หุ้น IPO (การเปิดขายหุ้นในระยะเริ่มต้น) แต่ถึงกระนั้น รายละเอียดก็แทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะ ICO เป็นเพียงแค่การระดมทุนจากใครก็ได้ทั่วโลก ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดอยู่ที่ตลาดใดตลาดหนึ่ง ICO เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีเอกสารใดๆ ไม่มีหุ้นหรือปันผลกับบริษัทใดๆ ไม่มีกฎหมายใดๆมารองรับ จะมีแค่เหรียญที่อยู่ในระบบ แต่ในทางกลับกัน ผลตอบแทน อาจคุ้มค่าเกิดคาด

อีกกรณีนึง ที่อาจจะเหมือนกับหุ้น IPO ก็คือในเรื่องของการเก็งกำไร หรือทำกำไร ในตอนที่ ICO เข้าตลาด ทุกคนก็จะมุ่งเป้าในการเปิดขายวันแรก ซึ่งตามหลักแล้วก็คงจะไม่มีใครขาย ICO ราคาต่ำกว่าทุน เพราะฉะนั้นความเสี่ยงจึงน้อยมากๆ หากเราหามาได้ในราคาก่อนที่จะเปิดตลาด

ICO คือการเปิดระดมทุน ด้วยการเปิดขายเหรียญของตนเองในระยะเริ่มต้น ของพวกบริษัท startup ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ให้แก่ผู้ที่สนใจอยากจะลงทุน โดยแลกเปลี่ยนกันด้วย Bitcoin หรือ ETH (โดยส่วนใหญ๋) เพื่อแลก(ซื้อ)กับเหรียญของตน เช่น เหรียญ ABC เปิดระดมทุน 20 ล้านเหรียญ สามารถระดมทุนได้ 20 ล้านเหรียญ USD เพราะฉะนั้น ราคาเหรียญ ABC จึงเท่ากับ 1 เหรียญ = 1 USD ซึ่งพอเข้าตลาด Exchange ก็อาจจะเปิดขึ้นมาที่ 1 เหรียญ = 2 USD ก็เป็นได้ ซึ่งนี่อาจจะใช้เวลาแค่ 6 ชั่วโมงก็เป็นไปได้

ยกตัวอย่าง ICO ที่ผ่านมาในอดีต : ข้อมูลจากเว็บ https://icostats.com/

จากรูปจะเห็นได้ว่า (ยกตัวอย่าง) Stratis ราคาขึ้นจากตอนเปิดขาย ICO ตั้ง 1500 เท่า หมายความว่า (สมมุติ)หากเราซื้อตอนเปิดขาย 1 บาท ถึงตอนนี้ เราจะได้เป็น 1,500 บาท เลยทีเดียว

ฟังถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ICO คือสิ่งที่สวยงาม เป็นสิ่งที่หอมหวานเย้ายวนใจ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเกิดขึ้นเสมอ มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำกำไรได้แน่นอนเสมอไป

ข้อมูลจาก: Thai Crypto.com

ยกตัวอย่างจาก 2 โปรเจคนี้ ที่ไม่ทำให้เราได้กำไร และยังมีอีกหลาย 10 โปรเจคที่นอกจากไม่มีผลกำไรแล้ว นักพัฒนายังหอบเงินทุนหนีไปอีกด้วย การลงทุนรูปแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการบริจาคเงิน นักลงทุนไม่มีหลักประกันใดๆที่จะได้เงินลงทุนกลับคืนมา เพราะฉะนั้นอย่างน้อย เราต้องรู้จักวิธีการเลือกซื้อ ICO เบื้องต้นด้วย

วิธีการที่จะเลือกซื้อ ICO

  1. หาเหรียญที่น่าไว้ใจจากเว็บไซต์ ICO List เช่น icorating.com, icotracker.net และ ico-list.com
  2. ดูนวัฒกรรม ว่าเหรียญที่สร้างขึ้นมานั้น มีประโยชน์อย่างไร ใช้แก้ไขปัญหาอะไร หรือสร้างมูลค่าให้กับอะไรบ้าง
  3. ดูว่าใช้งานง่ายมั้ย กระเป๋าของมันใช้งานง่ายรึปล่าว ถ้าใช้งานยากก็ไม่น่าสนใจ
  4. ดูจำนวนเหรียญที่จะทำการเปิด ICO ว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีน้อยก็ไม่ค่อยจะเกิดประโยชน์สักเท่าไร แต่ถ้ามีระดับหลักล้านขึ้นไป อันนี้น่าสนใจ
  5. ดูจำนวนคนที่พูดถึงมัน อาจดูจาก Google trend ว่ามีคนพูดถึงมากน้อยแค่ไหน
  6. ศึกษาดูจากเวบไซต์ของ ICO และ Twitter (สำคัญมากๆคือจำนวน Follow เพราะมันบ่งบอกถึงปริมาณความน่าสนใจจากนักลงทุน) ศึกษาหาข้อมูลของเหรียญแต่ละเหรียญ
  7. ศึกษาว่า เหรียญนั้นมีการระดมทุนอย่างไร ต้องใช้ BTC หรือ ETH เพื่อระดมทุน เพราะคนจะลงทุนใน ICO ได้ จะต้องมีความรู้พื้นฐาน ในการ ซื้อ ขาย โอน BTC หรือ ETH ด้วย
  8. เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนด (จบ Countdown) ก็ให้เราโอน BTC หรือ ETH ไปที่ Address ของเจ้าของเหรียญนั้นๆโดยด่วนที่สุด เพื่อที่จะได้รับหรือเปลี่ยนเป็น token ให้กับเราหลังจากการระดมทุนเสร็จสิ้น
  9. เมื่อโอนเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าของเหรียญก็อาจจะโอนเป็น token ให้เราเลยในทันที แล้วก็เข้าตลาด Exchange ในเวลาต่อมา
  10. เมื่อเหรียญนั้นเข้าตลาด Exchange แล้ว ก็คอยจับตาราคากันไว้ให้ดีๆครับ