สำหรับอดีตที่ผ่านมา ในการใช้ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลสกุลอื่นๆ เป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงิน เราพบว่า ปัญหาที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ ความผันผวนและไม่แน่นอนของราคา

ยกตัวอย่างเช่น ตัวแทนผู้หน่ายสินค้าฟุ่มเฟือยรายหนึ่ง เคยประกาศในการยอมรับ Bitcoin เป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงิน แต่ก็มีการประสบปัญหาในเรื่องของความผันผวนของราคาอย่างมาก ต่อมาทางบริษัทได้เปิดการยอมรับ Stablecoin ซึ่งเป็นสกุลเงินลูกผสมระหว่าง Blockchain และสกุลเงิน Fiat ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษามูลค่าจากความผันผวนของราคาได้ดีกว่า

Stablecoin คืออะไร

สกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมีความผันผวนของราคา ด้วยสาเหตุอันเนื่องมาจากการเก็งกำไรของผู้ซื้อขาย หรือเทรดเดอร์ แต่ Stablecoin เป็นสกุลเงินสายพันธ์ใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain แต่ถูกหนุนมูลค่าตัวมันไว้ด้วยสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งมีตั้งแต่สินค้าโภคภัณฑ์ รวมไปถึงสกุลเงิน Fiat หลากหลายสกุล

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถที่จะซื้อ Stablecoin หนึ่ง 1 เหรียญ ด้วยเงินจำนวน 1 ดอลล่าร์ และสามารถที่จะแลกคืนภายหลังได้เป็นเงิน 1 ดอลล่าร์เช่นเดียวกับตอนที่ซื้อมา ซึ่ง Stablecoin มีประสิทธิภาพในการรักษามูลค่า และมีความผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินดิจิทัลทั่วไป

ในปี 2018 อุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลตกอยู่ในสภาวะซบเซา สกุลเงินดิจิทัลหลายสกุล เช่น Bitcoin หรือ Ethereum ราคาลดลงกว่า 80 – 90 เปอร์เซนต์ภายใน 1 ปี จึงทำให้นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ ที่มีการถือครองสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวน ตัดสินใจที่จะโยกย้ายสินทรัพย์ของพวกเขาไปเป็น Stablecoin ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงของพวกเขา

ซึ่งทางนักลงทุนสถาบัน ได้เริ่มตระหนักถึงศักยภาพของ Stablecoin เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านเหรียญใน Stablecoin ซึ่งนำไปสู่การเปิดตัวโครงการ Stablecoin มากกว่า 120 โครงการในปีนี้

ในขณะที่ทางด้านกฎระเบียบเริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมีการคาดการณ์กันว่า ในปี 2019 จะเป็นปีที่มีเสถียรภาพและมั่นคง ในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล โดยทางด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ในระยะยาว อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเกือบทั้งหมด จะเข้ามามีส่วนร่วมในโซลูชั่นของ Stablecoin


Reference : www.ccn.com