น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ทางการค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาต้นแบบการใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อนำมาใช้ปฏิรูปงานของกระทรวงพาณิชย์

ซึ่งเทคโนโลยี Blockchain ถือเป็นเทคโนโลยีที่ให้ประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัย การจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ โดยไม่ใช้ตัวกลาง สามารถดำเนินการผ่านเงื่อนไขสัญญาอัตโนมัติ (Smart Contract) ซึ่ง Blockchain จะช่วยยกระดับการจดทะเบียน คุ้มครอง และส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสู่เชิงพาณิชย์ ในยุคดิจิทัล ให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว ปลอดภัย สะดวก ปลอมแปลงได้ยาก เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพสูง

โครงการนี้ จะมีการทบทวนกรณีศึกษา ในการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนทบทวนกฎหมาย และกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของไทย รวมถึงการสัมภาษณ์ และแสวงหาความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่ง Blockchain สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ในกระบวนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ต้องมีการตรวจสอบว่า ผู้ขอเป็นผู้สร้างสรรค์หรือประดิษฐ์ผลงานเป็นคนแรก ซึ่งทำให้ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นหากเก็บข้อมูลบน Blockchain ก็จะทำให้การตรวจสอบรวดเร็วขึ้น และการบันทึกสิทธิผู้เป็นเจ้าของ และวันเวลาใน Blockchain สามารถใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ ยังสามารถบริหารสิทธิผ่าน Smart Contract เช่น การทำสัญญาอนุญาตใช้ผลงานลิขสิทธิ์ ผู้ใช้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เจ้าของผลงาน โดยระบบจะโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าของสิทธิให้อัตโนมัติ ตามบัญชีที่เจ้าของสิทธิผูกไว้กับระบบ เป็นต้น

สำหรับผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการศึกษานี้ จะนำไปสู่การสร้างกระบวนการทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนถูกลง ขณะเดียวกันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องและบังคับใช้สิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย


Reference : กรุงเทพธุรกิจ & Thai Quote