บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น ได้มีการวางแผนการระดมทุน ในการเสนอขายหลักทรัพย์ STO (Security Token Offering) มูลค่าเกือบ 10 ล้านเหรียญ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่ตลาดกำลังเจอวิกฤติการณ์ของราคาในขณะนี้ รายงานจาก สำนักข่าว Nikkei เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยแผนการดังกล่าวของ สตางค์ คอร์ปอเรชั่น ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย เพื่อการผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการระดมทุน และการพัฒนากรอบการกำกับดูแลสำหรับสกุลเงินดิจิทัล รวมทั้งเทคโนโลยี Blockchain โดยทางด้าน ประธานของบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น นายปรมินทร์ อินโสม มีการระบุว่า การระดมทุน STO จะมีการดำเนินการภายในไตรมาสแรก ของปี 2019

โดยทางบริษัทสตางค์ ได้มีการวางแผนที่จะใช้เงินทุนจำนวน 9.9 ล้านเหรียญ เพื่อการพัฒนากระเป๋าสตางค์ดิจิทัล ที่จะสามารถช่วยให้ผู้ใช้ สามารถที่จะชำระเงินได้ และจะมีการสร้างร้านค้าในศูนย์กลางการท่องเที่ยวใหญ่ๆ อย่างเช่น ภูเก็ต และพัทยา

โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2019 บริษัทมีแผนการที่จะเปิดตัว กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล “SatangWallet” และ “Satang Shop” ที่เป็นร้านค้าสำหรับรับแลกสินค้าและบริการด้วยสกุลเงินดิจิทัล จึงทำให้ในอนาคต กลุ่มบริษัทสตางค์ คอร์ปอเรชั่น จะมีการให้บริการทั้ง Satang Wallet, Satang Shop และ ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล

นายปรมินทร์ กล่าวว่า จุดเด่นของการระดมทุนกับ STO ที่แตกต่างจาก ICO คือ นักลงทุนจะได้รับสิทธิต่างๆ และมีความเป็นเจ้าของในบริษัทได้ด้วยคล้ายกับหุ้น ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่บริษัทมองไว้ ก็คือ ผู้ที่ซื้อ STO ของบริษัท จะมีสิทธิ์รับเงินปันผล และสามารถโอนหน่วยลงทุนให้กันได้ แต่อาจจะยังไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงโหวต

โดยทางด้าน นายปรมินทร์ ให้ความเห็นว่า ทิศทางตลาดสกุลเงินดิจิทัลในทั่วโลก กำลังอยู่ในช่วงขาลง โดยสาเหตุเกิดจากตลาดทั่วโลก กำลังกังวลในเรื่องการกำกับดูแลของภาครัฐ อย่างกรณีของไทย ก็อาจจะมีเรื่องของการเก็บภาษี 15% และอีกประเด็นมองว่า มาจากการที่ตลาดมีความกังวลในสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ จึงทำให้นักลงทุนทั่วโลก ปรับพอร์ตจากตลาดสกุลเงินดิจิทัลและอื่นๆ มาถือครองเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อย่างเช่น พันธบัตรสหรัฐ เป็นต้น


Reference : www.efinancethai.com / www.cointelegraph.com